พอครบเวลา ๑ ปีผ่านไป พระที่สงสัย ๒ องค์ก็พากันไปดู ไปถามว่า "คนชื่อนี้มีไหม" เขาก็บอกว่า "มี" ได้ถามว่า "เขามีลูกผู้หญิงอายุไม่กี่เดือนหรือเปล่า" เขาตอบว่า "มี" จึงถามหาบ้าน เขาก็พาไปพบเจ้าของบ้าน เขาก็ถามว่า "มาทำไม" พระก็หลอกว่า "หลวงพ่อเนียมท่านใช้ให้มา บอกว่า แมวของท่านตายแล้วมาเกิดเป็นลูกที่บ้านนี้ มีไฝที่ปากเป็นผู้หญิง และบอกชื่อพ่อชื่อแม่ของเด็ก" พ่อแม่ของเด็กก็ดีใจมากที่ได้ลูกที่เคยเป็นแมวของหลวงพ่อเนียม และให้พระบอกท่านด้วยว่า "ถ้าเด็กคนนี้อายุครบ ๓ เดือนเมื่อไร จะพาเด็กไปถวาย"
พอครบ ๓ เดือนเขาก็พาเด็กไป พอไปถึงก็เอาเด็กไปประเคนลงที่เท้าของท่าน หลวงพ่อเนียมทำท่าตกใจ ความจริงท่านทำไปอย่างนั้นเอง แล้วถามว่า "มันยังไงกันหว่า มาถึงก็ยกเด็กมาวางที่เท้าข้า" เขาก็บอกว่า "ก็ลูกของหลวงพ่อไงล่ะ แมวชื่อไฝของหลวงพ่อไปเกิดเป็นลูกฉัน" ท่านก็ถามว่า "รู้ได้อย่างไร" เขาก็บอกว่า "มีพระไปเยี่ยมเล่าว่า หลวงพ่อบอกว่าแมวของท่านที่ตายชื่อไฝไปเกิดเป็นลูกสาวฉันมีไฝที่ปาก บอกชื่อพ่อชื่อแม่ถูกต้องหมด" ท่านถามว่า "
พระองค์ไหนจำได้ไหม" เขาบอกว่า "ถ้าเห็นหน้าก็จำได้" ท่านก็เรียกพระมาทั้งหมด ปรากฏว่าพระ ๒ องค์นั้นไม่มาหนีไปหลังวัด ท่านถามว่า "พระที่ไปบ้านเอ็งมีไหม" เขาตอบว่า "ไม่มี" ท่านก็ให้พระองค์หนึ่งไปตามบอกว่า "มันหนีไปหลัดวัดโน่น ไปตามมา" พระองค์ที่ไปตามไปพบกับพระ ๒ องค์นั้น และให้ไปบอกหลวงพ่อว่า "ตามไม่พบ เดี๋ยวจะไปนอนค้างที่วัดลานคาซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนักกับวัดน้อย" พระองค์นั้นก็กลับมาบอกว่า "ไม่พบขอรับ" ท่านก็บอกว่า "มันจะพบได้อย่างไร ก็มันสั่งให้มาบอกว่าไม่พบ" พระองค์นั้นจนด้วยเกล้าต้องยอมรับ
จึงกล่าวได้ว่า หลวงพ่อเนียมมีเจโตปริยญาณและมีทิพพจักขุญาณแจ่มใสดีมาก.."

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น